Cart: 3 item(s)
รวม
0.00 ฿

ความรู้

ทับทิม (Ruby)
สร้างโดย: Administrator System 18 พฤศจิกายน 2559

ทับทิมเป็นอัญมณีที่ประเมินกันว่า มีคุณค่าสูงที่สุดในบรรดาอัญมณีทั้งมวลมานับพันปีแล้ว มงกุฎของจักรพรรดิ พระมหากษัตริย์และมหาราชามักประดับทับทิมที่มงกุฎ ส่วนจักรพรรดิในราชวงศ์ฉิง (Ch’ing) ทรงใช้ทับทิมประดับหัวเข็มขัดเพื่อแสดงตำแหน่งจักรพรรดิ อัศวินและแม่ทัพในอดีต มักสวมอาภรณ์ที่ประดับทับทิม หรือประดับทับทิมไว้ที่ดาบ เพราะเชื่อว่าทับทิมทำให้เกิดพลังอำนาจ ความฮึกเหิมกล้าหาญ และทำให้มีชัยชนะในสงคราม ทับทิมเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจกษัตริย์ หรือความสูงส่ง (Royalty)

ไพลิน (Sapphire)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

แซปไฟร์ มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คือคำว่า “Sapphirus” แปลว่าสีน้ำเงิน ชาวเปอร์เซียเรียกแซปไฟร์ว่า หินจากสวรรค์ (Celestial Stone) มาจนกระทั่งยุคกลางในยุโรปซึ่งบรรดากษัตริย์ชอบใช้ แซปไฟร์ประดับหัวแหวนและเข็มกลัด ในยุคนั้นจึงเรียกแซปไฟร์ว่า “Royal Stone” หรือ หินของกษัตริย์ และใน ค.ศ. 1981 แซปไฟร์ก็ได้รับการกล่าวขานกันไปทั่วโลก เมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลทรงสวมแหวนหมั้นแซปไฟร์แก่พระคู่หมั้น นางสาวไดอานา (Diana) ซึ่งเมื่ออภิเษกสมรสแล้วได้รับสถาปนาเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์

มรกต (Emerald)
สร้างโดย: Administrator System 18 พฤศจิกายน 2559

นักประวัติศาสตร์ได้มีการถกเถียงกันมากว่า เรื่องราวของมรกตปรากฎในแผ่นดินของฟาโรห์ (Pharaoh) ตั้งแต่เมื่อใด ในที่สุดก็ได้วินิจฉัยว่าน่าจะเป็นช่วง  1900-1500 ก่อนคริสศตวรรษ โดยพระนางคลีโอพัตรา ราชินีแห่งอียิปต์เป็นนักสะสมมรกต ทรงสวมใส่มรกตตลอดยุคสมัยของพระนาง และพระราชทานมรกตที่แกะสลักรูปของพระนางพร้อมข้อความว่า “จากเหมืองคลีโอพัตรา” แด่ราชอาคันตุกะ (แขกผู้มีเกียรติสูงที่มาเยี่ยมเยือนพระนาง)

อะความารีน (Aquamarine)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

อะความารีน (Aquamarine) ประวัติและตำนาน (History and Legend) อะความารีนเป็นอัญมณีที่มีชื่อมาจากภาษาละติน ซึ่งบอกเป็นนัยว่ามีสีเหมือนน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงสีได้ จากสีจางเย็นตา (pale pastel) ถึงสีน้ำเงินอมเขียว จนถึงสีน้ำเงินเข้ม และเชื่อกันว่า อะความารีนจะนำความรักมาสู่เป็นเจ้าของ เป็นสัญลักษณ์ของความหนุ่มสาว ความหวัง สุขภาพ และความซื่อสัตย์

หยก (Jade)
สร้างโดย: Administrator System 18 พฤศจิกายน 2559

หยกหรือเจด มีประวัติยาวนานในประเทศจีนตั้งแต่ประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล คนจีนใช้หยกสีเขียวที่เรียกกันในสมัยนั้นว่า “ยู่” (Yu) ซึ่งในปัจจุบันตรงกับคำว่า เจไดต์ (Jadeite) และเนไฟรต์ (Nephrite) จักพรรดิ์ทรงนิยมใช้หยกเป็นอาภรณ์ และทำพระราชลัญจกร เนื่องจากหยกเป็นหินที่จีนถือว่ามีค่าล้ำเลิศ จึงใช้หยกเป็นของที่ใช้แสดงความงดงาม เช่น ผู้หญิงที่สวยก็เรียกว่า “ยู่เมี่ยน” แปลตามตัวว่า “หน้าหยก”

สปิเนล (Spinel)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

สปิเนลมาจากภาษากรีกที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า spark หมายถึงสีแดงเหมือนเปลวไฟ ซึ่งเป็นสปิเนลที่มีค่ามากที่สุด สปิเนลที่มีชื่อเสียงมาก มีชื่อว่า Black Prince’s Ruby ซึ่งมีสีแดงสดใสและมีขนาดใหญ่มากหนักถึง 170 กะรัต ได้ประดับอยู่บนด้านหน้าของมงกุฎ “The Imperial State Crown ” ของสหราชอาณาจักรตั้งแต่ ค.ศ. 1367

ทัวร์มาลีน (Tourmaline)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

ทัวร์มาลีนมีคุณสมบัติพิเศษเมื่อถูกทำให้ร้อน หรือถูกแสงอาทิตย์ จะเกิดประจุไฟฟ้าบวกที่ปลายข้างหนึ่งและเกิดประจุไฟฟ้าลบอีกปลายข้างหนึ่งของผลึก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Piezolectricity ผู้คนเชื่อกันว่าสมบัติทั้งทางไฟฟ้าและแม่เหล็กที่มีอยู่ในทัวร์มาลีนจะช่วยเพิ่มพลังการผลิตและแม้กระทั่งเพิ่มพลังจิตใจได้ และยังช่วยขจัดความเศร้าโศกเสียใจได้ด้วย

โทแพซ (Topaz)
สร้างโดย: Administrator System 18 พฤศจิกายน 2559

โทแพซ เป็นสัญลักษณ์ของความรักและเมตตาที่ยืนยงและนำมาซึ่งมิตรภาพแก่ผู้สวมใส่ คนในยุคกลางเชื่อว่าโทแพซช่วยทำให้จิตใจเข้มแข็ง รวมทั้งเพิ่มความฉลาดให้ผู้สวมใส่ ชาวอียิปต์ใช้โทแพซเป็นเครื่องรางป้องกันความชั่วร้าย ทำให้ฉลาดขึ้นและกล้าหาญ เช่นเดียวกับชาวกรีกที่เชื่อว่าโทแพซให้พลังอำนาจแก่ผู้สวมใส่

สปอดูมีน (Spodumene)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

สปอดูมีนมาจากคำในภาษากรีกว่า “Spodumenos” แปลว่า “สีขี้เถ้า” (asen cdor ) สปอดูมีน มี 2 ชนิดที่มีคุณภาพเป็นอัญมณีใช้ทำเครื่องประดับได้ คือ  ฮิดเดไนต์ (hiddenite) สีเขียวมรกตและอีกชนิดหนึ่ง คือ คุนไซต์ (kunzite) มีสีม่วงและสีชมพู

ควอตซ์ (Quartz)
สร้างโดย: Administrator System 18 พฤศจิกายน 2559

ควอตซ์หรือแร่เขี้ยวหนุมานเป็นแร่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเปลือกโลก Quartz มาจากภาษาสลาวิก (Salavic) มีความหมายว่าแข็ง (Hard) หรืออาจมาจากภาษากรีกว่า “Krystallos” ซึ่งแปลว่า “น้ำแข็ง” (Ice) หรือ “ผลึก” (Crystal)

เทอร์คอยส์หรือพลอยสีขี้นกการะเวก (Turquoise)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

เทอร์คอยส์เป็นอัญมณีชนิดแรกๆ ของโลกที่มนุษย์เห็นคุณค่าและชื่นชมความสวยงาม ด้วยหลักฐานที่พบจากใต้ดินของเมืองโบราณในอียิปต์ ได้มีการค้นพบสร้อยคอที่ทำด้วยเทอร์คอยส์ในหลุมฝังศพ ซึ่งมีอายุประมาณ 3,500 ปีก่อนคริสตาล อาจกล่าวได้ว่าเทอร์คอยซ์เป็นอัญมณีประจำชาติของอิหร่านซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเทอร์คอยส์แห่งแรกๆ ของโลก โดยชาวอิหร่านนำเทอร์คอยส์ไปประดับบัลลังก์ กริช ด้ามดาบ ชามอ่าง ถ้วย และเครื่องประดับอื่นๆ

เซอร์คอนหรือเพทาย (Zircon)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

มีตำนานกล่าวกันว่า เซอร์คอน คือเทวดาผู้พิทักษ์ที่ได้รับมอบหมายให้มาคอยเฝ้าดูแลอดัมกับอีวา (Adam & Eve) ไม่ให้แอบลิ้มรสแอปเปิ้ลจากต้นไม้แห่งปัญญา (Tree of Knowledge) และต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) ในสวนอีเดน

เฟลด์สปาร์ (Feldspar)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

เฟลด์สปามีสมบัติพิเศษทางแสง เช่น การเกิดสีเหลือบ (iridescence) ปรากฏที่ผิวของแลบราโดไรต์ (Labradorite) หรือมีการเหลือบแสงนวลสีขาวถึงสีน้ำเงินอ่อน (schiller) ปรากฏที่ผิวของมูนสโตน (Moonstone) หรือมุกดาหารหรือมีการเรืองแสง (chartoyancy) เช่น ตาแมว

เพริดอต (Peridot)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

ชาวอียิปต์นำผลึกเพริดอตสีเขียวทองมาทำป็นเครื่องประดับตั้งแต่ 1580-1380 ก่อนคริสตกาล ต่อมาในยุคพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เพริดอตเป็นอัญมณีชนิดหนึ่งที่พระนางโปรดปรานในเครื่องประดับของพระนาง

โอปอหรือโอพอล (Opal)
สร้างโดย: Administrator System 18 พฤศจิกายน 2559

เชกลาเบียร์ ได้กล่าวถึงโอปอลในบทประพันธ์ของเขา ชื่อ “Twelfth Night” ว่า โอปอเป็ราชินีแห่งอัญมณี (Queen of gems) ชื่อโอปอมาจากภาษาสันสกฤต “Upala” และจากภาษาละติน “Opalos” แปลว่า “หินมีค่า” (Preciou stone)

แทนซาไนต์ (Tanzanite)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

ในเดือน กรกฏาคม ค.ศ. 1967 คนเผ่ามาไซ (Masai) ชื่อ อารี ยูอุยาวาตุ (Ali Juuyawatu) ได้ค้นพบผลึกโปร่งแสงสีน้ำเงินม่วงบนพื้นดิน ขณะที่ต้อนฝูงสัตว์เลี้ยงไปที่เชิงเขาเมเรลานี (Merelani hill) แถบเขา คิลิมันจาโร (Mount kilimanjaro) ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศแทนซาเนีย ซึ่งผลึกโปร่งแสงสีน้ำเงินนั้น  เป็นชนิดหนึ่งของแร่ประเภท “ซอยไซด์” (Zoisite) ต่อมาประชาชนที่อาศัยแถบนั้นได้ให้ชื่ออัญมณีนี้ว่า “แทนซาไนต์”

ไอโอไลต์ (Iolite)
สร้างโดย: Administrator System 02 เมษายน 2559

ไอโอไลต์เป็นอัญมณีที่ชาวไวกิ้ง (Viking) ราชาแห่งท้องทะเล (Sea kings) ใช้เป็นเสมือนเข็มทิศช่วยในการเดินเรือในมหาสมุทรมานานนับพันปี โดยใช้แผ่นไอโอไลต์บางๆเสมือนเลนส์ เมื่อมองผ่านเลนส์ไอโอไลต์เขาหาตำแหน่งที่ถูกต้องของดวงอาทิตย์ในวันที่บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกที่หนาได้ ไอโอไลต์จึงช่วยให้ชาวไวกิ้งเดินทางไปสำรวจโลกใหม่และกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

หน้า:

ลงทะเบียนเพื่อรับจดหมายข่าวของเรา

Diamond Ring

คุณมีคำถามเกี่ยวกับเครื่องประดับ?

หากคุณมีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับ jeweleries ของเราโปรด ติดต่อเรา โดยตรงหรือโดยใช้แบบฟอร์มการติดต่อของเราที่จะได้รับในการติดต่อ